สิ่งที่ต้องรู้
องค์กรไทยที่ทำสัญญากับคู่ค้าในจีนควรหลีกเลี่ยงการพูดถึง “กฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ไทยจีน” ราวกับเป็นกรอบเดียว กฎหมายไทย กฎหมายจีน ข้อความเลือกกฎหมายในสัญญา และกฎเฉพาะของเอกสารอาจทำงานร่วมกันแต่มีขอบเขตต่างกัน
แนวทางที่ปลอดภัยคือทำแผนผังเขตอำนาจและรายการอ้างอิงแยกฝั่ง ระบุคู่กรณี เอกสาร กฎหมาย มาตรา แหล่งทางการ และวันที่อ่าน Nota Sign รองรับการกำหนดเส้นทางลงนามและเก็บหลักฐานตามแผนผังนี้ ขณะที่คู่กรณีและที่ปรึกษากฎหมายกำหนดกฎหมายที่ใช้สำหรับสัญญา
กฎหมายสองฝั่งของสัญญาไทยจีน
รวบรวมสัญญาหลัก เอกสารแนบ คู่กรณี ที่ตั้ง และผู้ลงนามก่อนเริ่มวิเคราะห์ จากนั้นบันทึกประเด็นที่เกี่ยวกับฝั่งไทย ฝั่งจีน และข้อกำหนดร่วมไว้คนละส่วน เพื่อให้เห็นว่าคำถามใดต้องอาศัยกฎหมายหรือผู้เชี่ยวชาญของฝั่งใด
แผนผังควรมีวันจัดทำ ผู้รับผิดชอบ และขอบเขตที่ชัด เช่น ใช้เพื่อออกแบบกระบวนการลงนาม ไม่ใช่คำรับรองว่าทุกเอกสารมีผลบังคับได้ การระบุขอบเขตช่วยป้องกันการนำตารางปฏิบัติการไปใช้เป็นความเห็นทางกฎหมายเกินจริง
อ่านกฎหมายไทยที่ใช้กับฝั่งไทย
มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์กล่าวถึงวิธีที่ระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อ แสดงเจตนาเกี่ยวกับข้อความ และมีความเชื่อถือได้เหมาะกับวัตถุประสงค์และพฤติการณ์ รวมถึงข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง หรือมีหลักฐานอื่นประกอบตามเงื่อนไขที่บัญญัติ
บันทึกข้อความและแหล่งทางการที่ใช้วิเคราะห์ไว้ในช่องไทย แล้วตรวจต่อว่าเอกสารประเภทนั้นมีกฎหมายเฉพาะ ข้อยกเว้น หรือข้อกำหนดรูปแบบอื่นหรือไม่ ไม่ควรใช้มาตราเดียวเพื่อสรุปผลของสัญญาทั้งฉบับ
อ่านกฎหมายจีนที่ใช้กับฝั่งจีน
มาตรา 2 แห่งกฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของสาธารณรัฐประชาชนจีนอธิบายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ว่าเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในหรือแนบกับข้อความข้อมูลและใช้ระบุตัวผู้ลงนามกับแสดงการยอมรับเนื้อหา ส่วนมาตรา 14 ระบุว่าลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้มีผลทางกฎหมายเทียบเท่าลายมือชื่อด้วยมือหรือตราประทับ
ข้อความดังกล่าวควรถูกอ่านร่วมกับมาตราและข้อกำหนดอื่นที่ใช้กับเอกสารนั้น รวมถึงข้อยกเว้นและแนวปฏิบัติปัจจุบัน ให้เก็บแหล่งภาษาจีนทางการ วันที่อ่าน และผู้ทบทวนไว้ในช่องจีน
แยกข้อกำหนดของเอกสารแต่ละฉบับ
ทำรายการสัญญาหลัก เอกสารแนบ หนังสือมอบอำนาจ ใบรับรอง และเอกสารประกอบอื่น แล้วระบุว่าแต่ละฉบับใช้ทำอะไร ใครเป็นผู้ลงนาม และต้องเก็บหลักฐานใด เอกสารในธุรกรรมเดียวกันอาจมีข้อกำหนดต่างกัน
ตรวจเวอร์ชันภาษาและลำดับความสำคัญของเอกสารด้วย หากฉบับภาษาไทย จีน หรืออังกฤษมีข้อความต่างกัน คู่กรณีควรตกลงล่วงหน้าว่าฉบับใดควบคุมและวิธีแก้ความขัดแย้งเป็นอย่างไร
กำหนดข้อตกลงและเขตอำนาจ
ข้อความเลือกกฎหมายและเขตอำนาจควรถูกจัดทำและทบทวนโดยฝ่ายกฎหมาย ไม่ใช่คัดลอกจากสัญญาอื่นโดยไม่ดูคู่กรณีและธุรกรรม ระบุวิธีลงนาม การส่งมอบ การยืนยันผู้มีอำนาจ และหลักฐานที่คู่กรณียอมรับร่วมกัน
หากมีหลายสัญญาหรือเอกสารแนบ ให้กำหนดลำดับการใช้เมื่อข้อความขัดกัน บันทึกผู้อนุมัติและวันที่มีผล เพื่อให้ผู้ดำเนินกระบวนการลงนามใช้ข้อกำหนดฉบับที่ถูกต้อง
เก็บบันทึกอ้างอิงของทั้งสองฝั่ง
เก็บแผนผังเขตอำนาจ สัญญา แหล่งกฎหมาย ผลการทบทวน และหลักฐานลงนามไว้ภายใต้ตัวระบุธุรกรรมเดียวกัน แต่แยกช่องไทยและจีนอย่างชัดเจน แหล่งอ้างอิงควรมีชื่อฉบับ URL ทางการ และวันที่เข้าถึง
ทบทวนแผนผังเมื่อกฎหมาย ข้อกำหนดธุรกิจ คู่กรณี หรือเอกสารเปลี่ยน เก็บเวอร์ชันเก่าไว้เพื่ออธิบายว่ากระบวนการในแต่ละช่วงเวลายึดข้อมูลใด แล้วนำแผนผังที่อนุมัติไปกำหนดกระบวนการลงนามไทย–จีนใน Nota Sign





